หน้า 1 จาก 1 ทั้งหมด 0 คำตอบ

ผู้เขียน administrator กระทู้: 112

หัวข้อ การสอบขับรถยนต์แบบใหม่ ปี 2555 (อ่าน 671 ครั้ง)


การสอบขับรถยนต์แบบใหม่ ปี 2555

‹‹ เมื่อวันที่ อังคาร 22 มกราคม 2556 ››
ขั้นตอนการอบรมและทดสอบของขนส่ง วันละ 1 รอบ ไม่เกิน 150 คน
8.00 น. - 9.00 น. รับเรื่องทดสอบสมรรถภาพทางร่างกาย
9.30 น. รายงานตัวเข้าห้องอบรม
10.00 น. - 12.00 น. อบรมช่วงที่หนึ่ง 2 ชั่วโมง
12.00 น. - 13.00 น. พักเที่ยง
13.00 น. อบรมช่วงที่สอง 2 ชั่วโมง
15.30 น. - 16.30 น. ทดสอบข้อเขียน 30 ข้อ
ทดสอบขับรถในวันทำการถัดไป แต่ไม่เกิน 90 วัน จากวันที่ยื่นเรื่องวันแรก
ขั้นตอนการทดสอบขับรถใหม่ วันละไม่เกิน 150 คน
8.30 น. - 12.00 น. รับลงทะเบียนสอบขับรถรอบเช้า จำนวน 75 คน
12.00 น. - 13.00 น. พักเที่ยง
13.00 น. - 14.00 น. รับลงทะเบียนสอบรอบบ่ายจำนวน 75 คน
สำหรับผู้สอบแก้ตัวขับรถรับลงทะเบียน 50 คน แต่ไม่เกิน 90 วัน นับจากที่ยื่นเรื่องวันแรก
คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่

- ต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป
- ต้องไม่มีใบอนุญาตขับรถชนิดเดียวกันอยู่แล้ว
- ต้องเป็นผู้ที่ไม่อยู่ระหว่างการถูกยึดหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่
หมายเหตุ สำหรับผู้ที่มีร่างกายพิการ ดังต่อไปนี้ เช่น แขนขาดข้างเดียว ขาขาดข้างเดียว ตาบอดข้างเดียว ลำตัวพิการ หูหนวก
เมื่อต้องการมีใบอนุญาตขับขี่ ต้องขอคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่ขนส่งฯ ก่อน จึงจะทำได้
หลักฐานประกอบคำขอการสอบเพื่อขออนุญาตมีใบขับขี่
1.บัตรประชาชนตัวจริงพร้อมใบสำเนา(หรือบัตรประจำตัวข้าราชการพร้อมใบสำเนาที่ใช้แทนบัตรประชาชน)

2.ใบรับรองแพทย์ตัวจริง ไม่เกิน 1 เดือน ที่รับรองว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวที่อาจเป็นอันตรายขณะขับรถ

ขั้นตอนการยื่นหลักฐานและการสอบเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่
1.ยื่นเอกสารและหลักฐานในการขอรับใบอนุญาตขับขี่
2.สอบสมรรถภาพทางร่างกาย มีดังต่อไปนี้
ทดสอบสายตาบอดสี



ทดสอบสายตาทางลึก


ทดสอบสายตาทางกว้าง


ทดสอบการใช้เท้า


3.ทดสอบข้อเขียนหรือตอบคำถามจากโจทย์ (คำถามมี 30 ข้อ ต้องตอบให้ถูก 23 ข้อขึ้นไป)


4.สอบปฏิบัติ




4.1การขับรถเดินหน้าและหยุดรถเทียบทางเท้า
1. ด้านซ้ายของรถต้องขนานขอบทางและห่างจากขอบทางไม่เกิน 25 เซนติเมตร
2. กันชนหน้าหรือล้อหน้าสุดหรือขอบล้อสำหรับที่ไม่มีกันชนหน้าต้องไม่ล้ำเกินจุดหยุดรถข้างทาง และต้องอยู่ห่างจากจุดหยุดรถนั้น ไม่เกิน 1 เมตร
3. ต้องไม่ขับรถปีนทางเท้าหรือขอบทาง


4.2การขับรถเดินหน้าและถอยหลังในทางตรง ให้เลือกทดสอบแบบใดแบบหนึ่ง ดังนี้
แบบที่ 1 ให้ขับรถเดินหน้าและถอยหลังออกโดยตลอดช่องเดินรถ ซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ในแนวตรงขนานกัน 2 แถว มีความยาวประมาณ 10 - 12 เมตร หลักแต่ละหลักในแถวเดียวกัน มีระยะห่าง 1.5 เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความกว้างสุดของตัวรถบวกกับอีก 50 เซนติเมตร ต้องไม่ขับรถชนหรือเบียดหลัก
แบบที่ 2 ให้ขับรถเดินหน้าถอยหลังเข้าช่องทางที่กำหนดซึ่งมีขนาดความกว้าง 2.50 เมตร ล้อรถต้องไม่ทับเส้นแบ่งช่องทาง ไม่ชน หรือปีนขอบทาง

4.3การขับรถถอยหลังเข้าจอด
นำรถถอยหลังเข้าจอด โดยท้ายรถต้องตั้งฉากกับขอบทาง ล้อรถต้องไม่ทับเส้นแบ่งช่องทาง ไม่ปีน หรือไม่ตกขอบทาง แต่ให้ชนหรือเบียบขอบทางได้

4.4การกลับรถ
ให้กลับรถในช่องเดินรถ ซึ่งประกอบด้วยหลักที่ตั้งไว้ขนานกัน 2 แถว มีความยาวประมาณ 10 - 12 เมตร หลักในแต่ละแถวห่างกัน 1.5 เมตร ส่วนความกว้างของช่องเดินรถเท่ากับความยาวของรถ บวกกับอีก 2 เมตร ต้องไม่ขับรถชน หรือเบียดหลัก ตั้งแต่เริ่มขับรถเพื่อกลับรถ จนกระทั่งกลับรถแล้วเสร็จต้องไม่เปลี่ยนเกียร์เกินกว่า 7 ครั้ง

4.5การหยุดรถและออกรถบนถนนลาด
ให้ขับรถในทางตรงด้วยความเร็วประมาณ 20 - 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วหยุดรถตรงแนวเส้นที่กำหนดกันชนหน้า หรือล้อหน้าสุดสำหรับรถที่ไม่มีกันชนหน้า ต้องไม่ล้ำหรือต่ำกว่าแนวเส้นที่กำหนดเกินกว่า 1 เมตร

4.6การหยุดรถและออกรถบนถนนลาด
ให้ขับรถบนเนินหรือสะพานโค้งแล้วหยุดรถบนเชิงลาดของเนินหรือสะพานโค้งนั้น โดยให้กันชนหน้าอยู่ระหว่าง กึ่งกลางเนิน หรือส่วนบนสุดของสะพานโค้ง แล้วออกรถข้ามเนิน หรือสะพานโค้งนั้นไปโดยปลอดภัย ต้องไม่ขับรถในลักษณะที่อาจ เกิดอันตรายหรือเลี้ยงคลัชท์ หรือเป็นเหตุให้ตัวรถเคลื่อนถอย จากจุดที่หยุดเกินกว่า 1 เมตร หรือเครื่องยนต์ดับเกินกว่า 2 ครั้ง

4.7การขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร
ให้ขับรถโดยปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร เช่น การเลี้ยวรถ การหยุดรถ การชะลอความเร็วเพื่อหยุดรถ เป็นต้น ที่กำหนดไว้ตามจุดต่าง ๆ บนเส้นทางการทดสอบขับรถไม่น้อยกว่า 5 เครื่องหมาย และต้องให้สัญญาณให้ถูกต้องทุกเครื่องหมาย โดยใช้สัญญาณไฟ หรือสัญญาณมือ ประกอบด้วย เว้นแต่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ ให้ใช้เฉพาะสัญญาณมือประกอบเท่านั้น นอกจากต้องปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจรที่กำหนดแล้ว ต้องปฏิบัติตามเครื่องหมายจราจร ดังนี้ด้วย
- เครื่องหมายจราจรชนิดแผ่นป้าย เช่น ป้ายหยุด เป็นต้น
- เครื่องหมายจราจรบนผิวทาง เช่น เส้นประ เส้นทึบ เป็นต้น

การดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถตามพ.ร.บ.รถยนต์
ชนิดของใบอนุญาตขับรถตามพ.ร.บ.รถยนต์ 2522 แบ่งออกเป็น 10 ชนิดดังนี้

ชนิดที่ 1 ใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราว มีอายุ 1 ปี ได้แก่
- ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว
- ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราว
- ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว

ชนิดที่ 2 ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลได้แก่
- ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล มีอายุ 1 ปี
- ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ

ชนิดที่ 3 ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ได้แก่
- ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล มีอายุ 1 ปี
- ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ

ชนิดที่ 4 ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ มีอายุ 1 ปี

ชนิดที่ 5 ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ มีอายุ 1 ปี

ชนิดที่ 6 ใบอนุญาตขับรถจักรยนต์ ได้แก่
- ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ มีอายุ 1 ปี
- ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ตลอดชีพ

ชนิดที่ 7 ใบอนุญาตขับรถบดถนน มีอายุ 3 ปี

ชนิดที่ 8 ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์ มีอายุ 3 ปี

ชนิดที่ 9 ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก(1) ถึง ( เช่น รถใช้งานเกษตรกรรม มีอายุ 1 ปี

ชนิดที่10 ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ มีอายุ 1 ปี
การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์ชั่วคราวและใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ชั่วคราว
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ (ยกเว้นสำหรับรถจักรยานยนต์ความจุ กระบอกสูบขนาดไม่เกิน 90 ซีซีต้องมีอายุไม่ต่ำ กว่า 15 ปี บริบูรณ์)และต้องไม่เป็นผู้มีร่างกาย บกพร่อง เช่น ตาบอด ตาบอดสี หรือหูหนวก
การยื่นคำขอรับใบอนุญาตสำหรับผู้มีลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ ให้ยื่นคำขอที่สำนักทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก
สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1, 2, 3 และ 4 ส่วนผู้มีลำเนาอยู่ต่างจังหวัดให้ยื่นคำขอที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี
หลักฐานประกอบคำขอ
1. บัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชน หรือใบสำคัญ ประจำตัวคนต่างด้าวพร้อมภาพถ่าย 2. สำเนาทะเบียนบ้านหรือใบสำคัญถิ่นที่อยู่พร้อมภาพถ่าย
3. ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
4. รูปถ่าย ขนาด 3 x 4 ซ.ม. ซึ่งถ่ายไม่เกินหกเดือนจำนวน 2 รูป
**กรณีที่เป็นชาวต่างประเทศ ให้ใช้หนังสือเดินทางที่ได้รับ VISA ประเภท NON - IMMIGRANT แทนบัตรประจำตัวประชาชน และหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย จากสถานทูต หรือหน่วยราชการ แทนสำเนาทะเบียนบ้าน **
ถ้าผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถมีใบอนุญาตขับรถดังต่อไปนี้ให้นำมาด้วย พร้อมภาพถ่าย เพื่อจะได้รับสิทธิ์ยกเว้นการทดสอบบางประการ ดังนี้
- ใบอนุญาตเป็นผู้ขับรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกซึ่งยังไม่สิ้นอายุพร้อมภาพถ่าย จะได้รับยกเว้นไม่ต้องทดสอบใด ๆ
- ใบอนุญาตขับรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ทหาร
- ใบอนุญาตขับรถระหว่างประเทศสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถจักรยานยนต์ ตามอนุสัญญาว่าด้วยการจราจรทางถนนทำ ณ นครเจนิวา ค.ศ.1949
- ใบอนุญาตขับรถซึ่งต่างประเทศออกให้และยังไม่สิ้นอายุ พร้อมภาพถ่าย โดยใบอนุญาตขับรถต่างประเทศดังกล่าวต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษหรือแปลเป็นภาษาไทย ซึ่งรับรองคำแปลโดยสถานทูตมาด้วย จะได้รับยกเว้นไม่ต้องทดสอบข้อเขียนและทดสอบขับรถ
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานประกอบคำขอ
2. ทดสอบสายตาบอดสี
3. เข้ารับการอบรมโดยใช้เวลาอบรม 2 ชั่วโมงเพื่อให้ความรู้ เกี่ยวกับกฎหมายจราจรทางบก , รอบเช้า 8.00-9.00 น. รอบบ่าย 13.00 น.
4. เข้ารับการทดสอบสายตาบอดสีโดยให้อ่านสีในแผ่นทดสอบ
5. เข้ารับการทดสอบข้อเขียนเกี่ยวกับข้อบังคับในการเดินรถ
6. เข้ารับการทดสอบขับรถ
7. เสียค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตขับรถ
8. รอรับใบอนุญาต


การขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ หรือรถยนต์สามล้อสาธารณะพร้อมบัตรประจำตัวผู้ขับรถ
ผู้ขอรับใบอนุญาตต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ ์และต้องเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาต ขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวหรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราวมาแล้ว ไม่น้อยกว่าหนึ่งปี หรือได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหนึ่งปีหรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลหนึ่งปี หรือได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลตลอดชีพ หรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ แล้วแต่กรณีอยู่แล้วตลอดจนต้องไม่เป็นผู้มีร่างกายบกพร่อง เช่น ตาบอด ตาบอดสี หรือหูหนวก
การยื่นคำขอรับใบอนุญาตสำหรับผู้มีลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯให้ยื่นคำขอที่สำนักทะเบียนและภาษีรถ กรมการขนส่งทางบก
สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ 1, 2, 3 และ 4 ส่วนผู้มีลำเนาอยู่ต่างจังหวัดให้ยื่นคำขอที่ สำนักงานขนส่งจังหวัด
หรือสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาแล้วแต่กรณี
หลักฐานประกอบคำขอ
1. ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว หรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลชั่วคราวซึ่งมีอายุไม่น้อยกว่า 1 ปี
หรือใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหนึ่งปี หรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลหนึ่งปีหรือใบอนุญาตขับรถยนต์
ส่วนบุคคลตลอดชีพหรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพ แล้วแต่กรณี พร้อมภาพถ่าย
2. บัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรอื่นซึ่งใช้แทนบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมภาพถ่าย
3. สำเนาทะเบียนบ้าน พร้อมภาพถ่าย
4. ใบรับรองแพทย์แสดงว่าผู้ขอไม่มีโรคประจำตัวอันอาจเป็นอันตรายขณะขับรถ ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อที่น่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฏกระทรวง ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมา หรือยาเสพติดให้โทษ และไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
5. รูปถ่าย ขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป และขนาด 3 นิ้ว จำนวน 3 รูป ถ่ายไม่เกินหกเดือน
ขั้นตอนดำเนินการ
1. ยื่นคำขอพร้อมหลักฐานประกอบคำขอ
2. เข้ารับการทดสอบข้อเขียนเกี่ยวกับข้อบังคับในการเดินรถ
3. รับหนังสือตรวจสอบความประพฤติและประวัติอาชญากร แล้วนำไปยื่นยัง สถานีตำรวจท้องที่ ที่ผู้ขอมีภูมิลำเนาอยู่ เพื่อจัดพิมพ์ลายนิ้วมือตรวจสอบประวัติต่อไป
4. กรณีผู้ขอรับเป็นข้าราชการ ลูกจ้าง หรือพนักงานรัฐวิสาหกิจ ให้ใช้หนังสือรับรองจากหน่วยงานต้นสังกัด ซึ่งผู้รับรองต้องมีตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้อำนวยการกองหรือเทียบเท่าโดยรับรองว่า ผู้ขอเป็นผู้มีความประพฤติดี ไม่เคยต้องโทษทางคดีอาญามาก่อนแทนการพิมพ์ลายนิ้วมือได้

ผู้มีหนังสือรับรองความประพฤติมาแสดง สามารถเสียค่าธรรมเนียมคำขอ ค่าธรรมเนียมใบอนุญาตและรับใบอนุญาตได้โดยทันที แต่สำหรับผู้ที่พิมพ์ลายนิ้วมือสอบประวัติและเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในกรุงเทพฯ จะต้องรอผลการตรวจสอบประวัติว่า ไม่ขาดคุณสมบัติตามกฎหมาย แล้วจึงจะชำระค่าธรรมเนียมและออกใบอนุญาตขับรถให้ ส่วนกรณีผู้มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพฯ ให้เสียค่าธรรมเนียม และออกใบอนุญาตไปก่อนโดยไม่ต้องรอผล การตรวจสอบประวัติ แต่ต้องทราบผลก่อนการต่ออายุใบอนุญาตในคราวต่อไป
หากผลการตรวจสอบปรากฏว่าเป็นผู้มีประวัติ และขาดคุณสมบัติจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตโดยทันที กรณีที่ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว หรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล ชั่วคราวหรือใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคลหนึ่งปี หรือรถยนต์สามล้อส่วนบุคคลหนึ่งปี แล้วแต่กรณีที่นำมาประกอบคำขอ สิ้นอายุแล้วเกินกว่า 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี ต้อง ทดสอบสายตาบอดสี และทดสอบข้อเขียนก่อน แต่ถ้าสิ้นอายุแล้วเกินกว่า 3 ปี ต้องสอบขับรถในสนามทดสอบด้วย จึงจะออกใบอนุญาตขับรถสาธารณะให้
โดยการทดสอบขับรถทุกชนิด (ยกเว้นรถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์ รถบดถนน) ให้ทดสอบขับรถ จำนวน 3 ท่า จาก 7 ท่า
(ตามความเหมาะสมของสนามทดสอบ) เมื่อสอบผ่านให้ถือเอกสารกลับไปยื่นเรื่องที่ส่งเอกสารขอใบอนุญาตตอนแรก
และรอคิวทำบัตรได้ทันที
หน้า 1 จาก 1 ทั้งหมด 0 คำตอบ